เดอ โมนาโก คือสนามแข่งรถที่มีมาอย่างยาวนาน มีลักษณะสนามและโค้งที่อันตราย ทำให้เป็นสนามที่ดูน่าตื่นเต้น และดูเสี่ยงอันตรายไปด้วยกัน

เดอ โมนาโก ถือว่าเป็นสถานที่แข่ง ซึ่งมีต้นกำเนิดมามากกว่า 90 ปี โดยแข่งในบริเวณของประเทศ ซึ่งมีพื้นที่เล็กอย่างมาก ยกให้เป็นที่สองของโลก ซึ่งการจัดการแข่งขันดังกล่าว ทำให้ต้องปิดการจราจร ไปเกือบครึ่งของรัฐโมนาโก ให้กลายเป็น สนามแข่งรถ ในช่วงต้นเดือนเมษายน

แม้ว่าจะถูกจัดอันดับให้คือ หนึ่งในการแข่งขัน “Triple Crown” ในวงการมอเตอร์สปอร์ต แต่เส้นทางการไปต่อของ โมนาโก กับการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน นั้นยังมองไม่เห็นทางออก เนื่องจากสิทธิ์ในการจัดแข่งขันนั้น จะหมดลงตอนสิ้นปี 2022 นี้ และมีข้อโต้แย้งกันมาสักพักแล้วว่า รถ เอ ฟ 1 ควรเอาออกจากสนาม ที่จัดขึ้นมา อย่างยาวนานนี้ได้หรือยัง

เดอ​ โมนาโก

หลายคนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า สนามแข่งขันประเภท สตรีทเซอร์กิต หรือสนามแข่งที่อยู่บนถนน ไม่ว่าจะเป็นที่ สิงคโปร์, ฮ่องกง, และ ซาอุดีอาระเบีย นั้นมีความตื่นเต้น ในเรื่องเส้นทางของสนาม ที่ส่วนใหญ่จะมีรั้วคอนกรีต อยู่ชิดติดกับริมแทร็คที่รถวิ่ง ไม่เหมือนกับบริเวณสนามแข่งแบบปิด ที่จะมีการเว้นขอบข้างทาง ให้ สามารถวิ่งออกไปได้

สำหรับ บทความกีฬาทุกประเภท ในวันนี้น่าจะทราบกันดีว่า นักแข่งบนสนามที่เป็น ประเภทสตรีทนั้น ต้องมีสมาธิอย่างมาก และระวังไม่ให้เกิด ความผิดพลาดใด ๆ ขึ้นมา หากจะพูดถึงโมนาโก ทุกเรื่องถูกยกระดับ ขึ้นมาอีกหนึ่งเท่า เนื่องจากพื้นที่แข่งขัน ค่อนข้างแคบอยู่แล้ว ในสนามแบบสตรีท ยังบังคับให้เหลือพื้นที่ ความกว้างของสนาม ประมาณแค่ 13 เมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าน้อยที่สุด จากทุก ๆ สนามแข่งในตลอดปีนี้

เดอ โมนาโก มันคือความท้าทายอย่างมาก ต่อนักแข่งทั้งหลาย โดยการควบคุมให้รถเฉียง ออกจากเดิมไปไม่กี่เซนติเมตร อาจจะทำให้เปลี่ยนจาก รถที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดในการแข่งขัน ?

เป็นการเกิดอุบัติเหตุ ที่รุนแรงได้ในทันที ในการแข่งขันเรื่องความเร็ว ที่โมนาโกนั้น มีการจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1927 ในสนามที่มีระยะทาง ทั้งหมดเพียง 3.428 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่า ข้อกำหนดที่ทาง สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA ที่กำหนดไว้ว่า สนามแข่งต้องมีระยะทาง ต่อรอบไม่น้อยกว่า 3.4 กิโลเมตร

แน่นอนว่า ข้อกำหนดดังกล่าวยกเว้น โมนาโก ไว้อีกทั้งยังมี โค้งความเร็วน้อยที่สุด จากบรรดาสนาม ของฟอร์มูล่าวัน อยู่ในพื้นที่โค้ง 6 ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “Grand Hotel Hairpin” โดยรถแข่งจะสามารถ วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด ด้วยระยะทาง 290 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะวิ่งกันได้ประมาณ 60 กม./ชม. ในขณะเข้าโค้งหักศอก ที่ต้องลงเขาในพื้นที่นี้

พอสนามส่วนใหญ่ แทบจะไม่มีเส้นทาง ที่เป็นแนวตรงยาว ๆ ให้รถสามารถวิ่งด้วย ความเร็วได้เต็มที่ อีกทั้งยังมีโค้ง ที่ท้าทายความชำนาญ กับความแม่นยำของ นักแข่ง อยู่ตลอดเส้นทาง

ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า โมนาโกจึงถูกยกย่อง จากนักแข่งว่าคือ สนามที่อันตรายมาก โดย เนลสัน ปิเกต์ นักแข่งแชมป์โลก สัญชาติบราซิล ได้กล่าวถึงการแข่งรถ ในสนามแห่งนี้ว่า ” คล้ายกับการปั่นจักรยาน วนอยู่ในห้องรับแขก ” เลยทีเดียว

เดอ​ โมนาโก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นจุดด้อยในเรื่องของ สนามแข่งโมนาโก ได้ส่งผลให้รถที่เข้าแข่งขัน แซงกันได้ไม่ง่ายนัก ซึ่งถ้าย้อนไปเมื่อ 70 ปีที่แล้ว รถแข่งที่ใช้วิ่ง กันบนถนนสายนี้ จะมีความกว้างเพียง 1.7 เมตร และยาวประมาณ 3.4 เมตร

แต่รถรุ่นปี 2022 มีความกว้างมากถึง 2 เมตร และยาวประมาณ 4.9 เมตร ถือว่าแค่ขนาดของรถ ก็แทบจะแซงกันไม่ได้แล้ว หากจะแซงกันได้ ก็ต้องเป็นเพราะรถคันอื่น มีความผิดปกติขึ้นมาจริง ๆ

แซค บราวน์ ผู้จัดการทีม แมคลาเรน เคยให้สัมภาษณ์ กับสื่อชื่อกีฬาดัง ก่อนการแข่งขันในปี 2022 ว่า “โมนาโก จำเป็นต้องหาวิธี ปรับพื้นที่ใน สนามแข่งสักที เนื่องจากรถแข่งในปัจจุบัน มีขนาดใหญ่ขึ้น อีกทั้งการแข่งขันนั้น ถือว่ามีความยากขึ้นเช่นกัน”

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญ ในการแข่งขันจริง ๆ จึงไม่ได้อยู่ที่ การแซงกันในสนาม แต่จะมีสองเรื่องที่สำคัญ นั่นคือการทำเวลาให้ดีที่สุด ในรอบคัดเลือก และเวลาที่รถเข้าพิท เพื่อเปลี่ยนยางในทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่จะตัดสิน ชะตากรรมของนักแข่งได้เลย

ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว การแข่ง Formula 1 คือ จะมีระยะเวลา ทั้งหมดสามวัน โดยจะแบ่งเป็น รอบฝึกซ้อมหนึ่งวัน รอบคัดเลือกในวันต่อมา และแข่งจริงในวันอาทิตย์ โดยรอบคัดเลือกนั้น จะตัดสินโดยการให้รถแข่งทุกคัน ออกไปวิ่งทำเวลาให้ได้ดีที่สุด

ซึ่งจะมีรอบคัดเลือกทั้งหมด 3 ช่วง ที่จะตัดนักแข่งที่ทำเวลาอยู่ในอันดับ 15-25 ในช่วงแรกออก ตามมาก็คืออันดับ 10-16 ในช่วงถัดมา ถ้าฤดูกาลไหน มีนักแข่งจำนวนมาก ก็จะเพิ่มอันดับ ที่จะถูกคัดออกตามสัดส่วน และในรอบสุดท้าย ซึ่งผู้ที่อยู่ใน 10 คนที่เหลืออยู่ สามารถทำเวลาได้ดีที่สุด จะได้อยู่ในตำแหน่งโพล หรือมีสิทธิ์ออกสตาร์ท ในลำดับหัวแถวไป

ชาร์ลส์ เลอแคลร์ นักแข่งจาก โมนาโก ของทีมรถแข่งชื่อดัง ได้เปิดเผยว่า โมนาโก ถือว่าคือหนึ่งใน สนามที่ท้าทาย ในส่วนของการแข่งขัน ในรอบคัดเลือก ไม่มีสนามไหน ที่นักแข่งจะสามารถ พบกับความท้าทาย และผลลัพธ์จากการ แข่งขันรถ ได้เหมือนกับสนามนี้แล้ว

 

เดอ โมนาโก
เดอ​ โมนาโก

ไม่ว่าจะเป็นรั้วกั้น ที่ตั้งใกล้กับสนามมาก เรียกได้ว่าผู้ชม จะใกล้ชิดกับความเร็ว และความอันตรายจากอุบัติเหตุ ที่อาจเกิดขึ้นได้

เพราะว่าจุดที่ อยู่ในกริดสตาร์ท หรือจุดที่รถแข่งแต่ละคันนั้น ได้ออกสตาร์ทก่อนเริ่มการแข่งขัน ซึ่งมีระยะห่างจากคันหน้า แค่เพียง 7 เมตร และจอดเรียงสลับกัน ซ้าย-ขวา ไปเรื่อย ๆ จนถึงคันสุดท้าย

จึงถือว่าการที่ได้ อยู่ในลำดับแถวหน้านั้น คือเรื่องที่ได้เปรียบอย่างมาก เนื่องจากพอผ่านโค้งหนึ่งได้ โอกาสที่รถคันอื่น จะเร่งเพื่อแซงขึ้นมา หรือหาช่องทางมาชิดข้าง และเร่งความเร็วนำหน้านั้น แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย ยกเว้นว่ามีฝนตกลงมา

อย่างที่ทราบกันว่า ลักษณะของสนาม ที่มีมานานมากกว่า 90 ปี อาจจะไม่เหมาะสมกับ รถยนต์รุ่นใหม่ในปัจจุบัน แต่ลักษณะของสนาม โมนาโก สนาม เซอร์ กิ ต ยังไม่ใช่ประเด็นเดียว ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์ จากหลาย ๆ คน

ไม่เพียงแค่จะมีความพยายาม เปลี่ยนรูปแบบโค้ง รวมไปถึงลักษณะของสนาม อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีประเด็นอื่น ๆ ให้ผู้ชมได้ตำหนิ กันจนแพร่หลายแล้ว รวมถึงการกำกับภาพ ตอนถ่ายทอดสด จากสนามอีกด้วย หากอยากผ่อนคลาย ก็ลองเปลี่ยนไปดู พนันบอล แทงบอล กันก็ดีนะคะ

ติดตาม อุปกรณ์กีฬาต่างๆ กันต่อได้ที่ >>> อุปกรณ์กีฬา