รองเท้า ส ตั๊ ด กับ 2 แบรนด์ดังจะมีความน่าสนใจมากแค่ไหน และเพราะอะไรคุณควรจับจองเป็นเจ้าของมัน

รองเท้า ส ตั๊ ด

รองเท้า ส ตั๊ ด ออกใหม่ที่คุณเอง อยากจะลองดูข้อมูลของมันเอาไว้บ้าง

รองเท้า ส ตั๊ ด ว่าด้วยเรื่องของ รองเท้าสตั๊ดของแท้ จากแบรนด์ดังทั้ง 2 แบรนด์ ที่เหล่า นัก ฟุตบอล เลือกใช้นั่นก็คือ รองเท้า Adidas และ รองเท้า-nike ซึ่งรองเท้าจากทั้ง 2 แบรนด์นี้นั้น ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มาดูกันดีกว่าว่าจะมีรุ่นไหน ที่น่าสนใจกันบ้าง

ขอเริ่มต้นกันที่ รองเท้าสตั๊ดไนกี้ กับรุ่นที่มีชื่อว่า Nike Gripknit Phantom GX Elite Fusion FG สำหรับซีรีส์นี้ก็มาแทน nike phantom รุ่นเก่า ที่ยุติสายการผลิตไปแล้ว สำหรับรุ่นนี้ก็จะเป็นรุ่นท็อปสุดของรุ่น มีการต่อท้ายชื่อว่า Elite Fusion FG เหมือนกับรุ่นอื่น ๆ ของ Nike นั่นเอง

รองเท้าสตั๊ดของแท้

แต่รุ่นนี้จะมีผลิต 2 รูปแบบ นั่นก็คือข้อสั้นกับข้อสูง โดยที่เทคโนโลยีไฮไลท์หลัก ของรองเท้ารุ่นนี้จะอยู่ที่ Upper ซึ่ง Upper ของรองเท้ารุ่นนี้ จะใช้เทคโนโลยีที่มีชื่อว่า กริฟนิท ซึ่งก็เป็นผ้าถักชนิดหนึ่งของทาง Nike จุดเด่นของมันคือผิวสัมผัสที่มีความฝืด

ความฝืดในที่นี้ก็คือ พอลูบมือจะมีความเปิดแบบชัดเจนมาก ๆ แต่จะไม่ได้ฝืดแบบหนึบ ๆ เหมือนแถบยางของ พวกพรีเดเตอร์อะไรแบบนั้น แต่ก็จะเป็นความฝืดที่มากกว่า เทคโนโลยีผิวสัมผัสของ Phantom GT โดยที่ความฝืดนี้นั้น มาจากเส้นใยแต่ละเส้น ที่ถักขึ้นรูปเป็นตัว Upper

นี่ก็เป็นจุดเด่นของตัวกริฟนิท ซึ่งบริเวณสีฟ้าทั้งหมดของรองเท้า นั่นก็คือส่วนที่เป็นกริฟนิททั้งหมดเลย นอกจากความฝืดแล้วก็ยังมีความนิ่ม ตามลักษณะปกติ ของวัสดุผ้าถักของทาง Nike เลย รวมถึงยังมีความยืดหยุ่นเป็นธรรมชาติมากๆอีกด้วย

สำหรับแนวบุด้านใน ก็จะเป็นแนวบุสีขาว มีลักษณะเป็นผิวบางเรียบ ซึ่งอยู่ด้านในระหว่างเท้าของเรา กับตัวผ้าถักด้านนอก ดีไซน์อีกอย่างนึงที่น่าสนใจ ของรองเท้ารุ่นนี้ ก็คือการออกแบบแนวร้อยเชือกนั่นเอง โดยที่จะเอียงไปทางข้างเท้าด้านนอกเล็กน้อย

รองเท้าสตั๊ด ไน กี้ หากซื้อมานานแล้ว จนกลายเป็น รองเท้าสตั๊ดมือสอง ก็ยังขายต่อได้ราคาดีอยู่นั่นเอง

มาต่อกันที่ รองเท้าสตั๊ด adidas กันบ้าง สำหรับรุ่นที่น่าสนใจในแบรนด์นี้ก็คือ Predator Accuracy Paul Pogba.1 Low Firm Ground สำหรับรุ่นนี้เรียกได้ว่า เปลี่ยนโฉมเปลี่ยนหน้าตาใหม่เกือบทั้งคู่ ทำออกมาได้ดีมาก รองเท้ารุ่นนี้ออกแบบมาให้เพื่อความแม่นยำ

แล้วก็การจับวางโดยเฉพาะเลย เรียกได้ว่าเป็นสไนเปอร์ หลังจากได้สัมผัสดูแล้ว ก็พบว่ามันมีความเพรียวลงน้ำหนักเบาลง ถูกออกแบบมาให้สวมใส่ง่ายขึ้น เพิ่มความนุ่มนวลไม่แข็งไม่เทอะทะเข้ารูปกับเท้า ที่สำคัญก็คือเพิ่มความสบายอย่างแน่นอน

สำหรับความนิ่มนั้นก็อยู่ระดับกลาง ๆ ไม่นิ่มและไม่แข็งจนเกินไป สำหรับส่วนที่เปลี่ยนเลย ก็คือตัวคอลล่า จะมีความนิ่มขึ้น และถูกออกแบบมาให้ใส่ง่ายขึ้น สำหรับ Upper นั้นมีชื่อว่า Hybridtouch ซึ่งทำมาจากวัสดุไมโครไฟเบอร์ คุณสมบัติเคยช่วยให้นุ่มนวล

รองเท้าสตั๊ดมือสอง

กระชับมั่นคงแล้วก็น้ำหนักเบา Hybridtouch จะแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือทางด้านข้างเท้าด้านนอกแล้วก็ด้านใน ส่วนที่ 1 ก็คือ Dribbling zone ซึ่งจะอยู่ทางด้านข้อเท้าด้านนอก มันจะมีเหมือน Texture 3D ขึ้นมา แต่มันก็เล็ก ๆ บาง ๆ ไม่นูนสูงมาก

ซึ่งเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงฟุตบอล สำหรับอีกโซนนึงก็คือ Kicking zone วัสดุยางที่เสริมบริเวณด้านเท้าด้านใน จนยาวมาถึง Upper ด้านบนเลย ช่วยควบคุมทิศทางลูกฟุตบอลเวลาออกจากเท้าไป ไม่ว่าจะเป็นการส่งหรือการยิง

พอเอา 2 ตัวนี้มาผสมกันมันก็คือ Hybridtouch ยิ่งเพิ่มคุณสมบัติพิเศษความโหดเข้าไปใหญ่ สำหรับชุดพื้นก็เป็นชุดพื้นเดิม มีเหล็กถ่วงเพื่อเพิ่มน้ำหนักในการยิง ส่งผลให้มีแรงเหวี่ยงที่เพิ่มขึ้น และชุดพื้นก็จะเป็นชุดพื้นแบบแยกชิ้น ซึ่งมีด้วยกัน 2 โซน

หากเอามือลูบตัว 3D Texture ก็จะพบว่าความสูงของปุ่มจะสูงกว่า ซึ่งปุ่มนั้นจะมีความสูงลดหลั่นกันไป และแน่นอนว่ารุ่นนี้ก็ได้คะแนนเต็ม เนื่องจากมีปุ่ม 3D Texture ที่มีความสูงของปุ่มมากที่สุด ผู้ใช้งานจึงสามารถดึงพลังงานของรองเท้า มาใช้งานได้อย่างสูงสุดนั่นเอง

สำหรับในส่วนของ Dribbling zone นั้นหากเทียบกับรุ่นอื่นก็จะมีขนาดที่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด หากเป็นตัว AG นั้นปุ่มจะสั้นลงและมีจำนวนมากขึ้น บอกได้เลยว่ารองเท้ารุ่นนี้จะเป็นรองเท้าอีก 1 รุ่น ที่มีความโดดเด่นแล้วจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของรุ่น Predator อีกครั้งหนึ่งครับ

สำหรับรองเท้าสตั๊ดสายคอนโทรล ถ้ามองจากมุมบนก็จะเห็นว่าหน้าเท้าค่อนข้างกว้าง นับได้ว่าเป็น รองเท้า ส ตั๊ ด ของแท้ ราคาถูก ที่ควรจับจองเป็นเจ้าของมาก ๆ

รองเท้าระดับกลางจากแบรนด์ Adidas นั้นมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง และมีความคุ้มค่ามากแค่ไหน

รองเท้า ส ตั๊ ด

มาต่อกันที่อีกรุ่น 1 จากแบรนด์ Adidas กันบ้าง กับรุ่นที่มีชื่อว่า Adidas รุ่น Predator 20.3 สำหรับรุ่นนี้นั้นแทบไม่มีความคล้ายคลึงกับรุ่นไฮเอนด์เลย สังเกตได้เลยว่ารองเท้ารุ่นนี้นั้น แทบไม่มีความเหมือนกับรุ่นท็อปสุดแต่อย่างใด คุณจะได้พบกับปุ่ม demon scale

ที่อยู่บริเวณด้านบนของรองเท้า โดยที่มันจะมีรูปทรงคล้ายคลึงกับเพชร แทบจะทุกพื้นที่ของเท้าเลยทีเดียว ซึ่งพื้นผิว demon scale นี้ จะส่งผลต่อการยึดเกาะบอลเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าคุณจะเตะบอลเพียงแค่เฉียด ๆ เท่านั้น

โดยที่วัสดุนั้นก็จะทำจากผ้าทอพิเศษของ adidas และลักษณะของ demon scale นี้ จะมีความหนาที่แตกต่างกันไป หากเป็นบริเวณหน้ารองเท้าก็จะมีความหนาที่มากกว่า บริเวณข้างเท้านั่นเอง ในส่วนของตัว Upper นั้น จะทำด้วยวัสดุที่มีราคาถูกกว่า

ซึ่งก็เป็นวัสดุสิ่งทอที่ถักท่อออกมา แล้วหุ้นสวมใส่นั้นสามารถรู้สึกถึงความไหลลื่น ใส่ได้ง่ายมากขึ้น ในส่วนของช่องผูกเชือกรองเท้านั้น ก็ออกแบบมาอย่างเรียบง่ายไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นมากนัก สำหรับวัสดุที่อยู่ตรงบริเวณหุ้มข้อนั้น

ก็เป็นวัสดุที่มีราคาถูกมากที่สุดในรองเท้ารุ่นนี้ แต่ก็ยังให้ความรู้สึกที่นุ่มสบายอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งโดยรวมแล้วก็ไม่ได้ออกแบบมายอดเยี่ยมมากนัก แต่ก็เป็นรองเท้าที่น่าสวมใส่เนื่องจากราคาไม่แพงเท่ากับรุ่นไฮเอน

ใช้ยังคงให้ความรู้สึกที่ใส่ได้สบายอีกทั้งยังมีศักยภาพใกล้เคียงกับรุ่น hi-end อีกด้วย หากคุณชื่นชอบรุ่นนี้มั่นใจได้เลยว่า คุ้มค่ากว่า รองเท้าสตั๊ด mizuno ที่อยู่ในเกรดเดียวกันอย่างแน่นอน

ปิดท้ายกันด้วย รองเท้าสตั๊ดจากแบรนด์ nike ในราคาย่อมเยาจะเป็นรุ่นอะไร

รองเท้าสตั๊ดไนกี้

มาต่อกันที่รองเท้าราคาไม่แพงในแบรนด์ Nike กันบ้าง สำหรับรุ่นนี้ก็มีชื่อว่า Nike รุ่u Tiempo Legend 9 Academy TF Turf Soccer Shoes

สิ่งที่แตกต่างจากตัวท็อปอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือตัว Upper นั่นเอง ถึงแม้ว่าราคาจะไม่แพงเท่ารุ่นท็อป แต่ความนุ่มนั้นก็ไม่น่าเกลียด เมื่อสัมผัสแล้วก็รู้สึกนุ่มอย่างเห็นได้ชัด โดยที่วัสดุทำมาจากหนังวัวแท้นั่นเอง แน่นอนว่าบริเวณปุ่มด้านหน้านั้น

ก็มีเหมือนกับรุ่นท็อปมีเลย และคุณก็คงทราบกันดีว่าตัวท็อปนั้น ปุ่มก็จะมีความนูนมากกว่ารุ่นดังกล่าวนี้อยู่แล้ว เมื่อลองสัมผัสและลองใช้งานดูแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีกลุ่มดังกล่าวนี้อยู่ แต่ก็ไม่ได้มีความหนึบมากเท่าไหร่นัก ดีกว่าไม่มีปุ่มนี้ออกมานั่นแหละ โดยที่รุ่นท็อปนั้นจะทำมาจากหนังจิงโจ้

แต่รุ่นนี้นั้นทำมาจากหนังวัวนั่นเอง และหากเทียบกับ รองเท้าสตั๊ด pan ที่อยู่ในคลาสเดียวกันแล้วนั้น รุ่นนี้ก็ยังคุ้มค่ากว่าเนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่า ต่อมามาดูในส่วนของข้อเท้าด้านนอกกัน สำหรับรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่มีสีเขียวนีออนตัดกับสีฟ้าคราม

และตัวรองเท้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นสีขาว แต่ก็จะไม่ได้ขาวแบบขาวจั๊วะ เป็นสีขาวแบบหม่น ๆ นั่นเอง จะเรียกว่าเป็นสีขาวเทาก็ได้นั่นแหละ สำหรับตัวโลโก้นั้นก็เป็นลักษณะการปริ้นมาแปะ แต่หากตัวท็อปนั้นก็จะเป็นชิ้นหนังอีกชิ้นหนึ่งเย็บแปะติดเข้าไปนั่นเอง

ซึ่งในส่วนนี้ก็ไม่ได้มีความสำคัญเท่าไหร่นัก สำหรับด้านบนของโลโก้ nike นั้น ก็จะมีรูระบายมาให้ มาต่อกันที่ข้อเท้าด้านในกัน สำหรับพื้นหลังที่ให้มาก็เต็มทั้งด้านหน้าและด้านข้างเกือบจะถึงส้นเลยก็ถือว่ารุ่นนี้ถึงแม้ว่า จะมีราคาที่ถูกนั้นแต่ก็ไม่ค่อยกั๊กเท่าไหร่

อย่างน้อยก็มั่นใจได้เลยว่าดีกว่า รองเท้า ส ตั๊ ด ราคาไม่เกิน 500 อย่างแน่นอน สำหรับกลุ่มยางดังกล่าวที่ได้กล่าวไปข้างต้น ก็จะมียาวมาถึงข้างเท้าด้านในเลย ซึ่งมันมีความสามารถในการรับส่งลูกนั่นเอง สำหรับด้านท้ายของรองเท้าก็จะมีโลโก้สีเขียวอีกแล้ว

สำหรับเกราะส้นนั้นก็จะมีความแตกต่างจากตัวท็อปเหมือนกัน สำหรับรุ่นนี้ก็แทบจะไม่มีอะไรเท่าไหร่ ก็แค่มีวัสดุอีกอย่างนึงมาแปะเท่านั้นเอง สำหรับตัวท็อปนั้น ก็จะเป็นลักษณะของการเอ็นเกรฟมากกว่า แน่นอนว่ามันต้องดูดีกว่ารุ่นนี้อยู่เยอะพอสมควร

สรุปได้ว่ารองเท้าแต่ละรุ่นที่ได้รีวิวไปนั้น ตัวแรกจากแต่ละแบรนด์นั้น ก็จะเป็นรุ่นตัวท็อป และตัวที่ 2 ก็จะเป็นรุ่นราคาถูก ซึ่งคุณจะเห็นได้ชัดว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่อาจจะเลือกราคาที่ถูกที่สุดไว้ก่อน สำหรับแฟนทั้ง 2 แบรนด์นี้

ก็นับได้ว่าคุณจะได้รองเท้าสตั๊ดที่คุ้มค่ามากที่สุดอย่างหนึ่งเลยล่ะ และการนำรองเท้าทั้ง 2 รุ่นนี้ไปขายต่อเป็นมือสองนั้น ก็ยังถือว่าได้ราคาดีอย่างมากเลยทีเดียว นับว่าเป็น 2 แบรนด์ดังที่น่าเชื่อถือและน่าซื้อจับจองเป็นเจ้าของแทบจะทุกรุ่นเลยทีเดียว

เพื่อน ๆ สามารถติดตาม บทความกีฬาทุกประเภท ได้ต่อที่เว็บไซต์ของเรา

เขียนโดย อลิส